เย็บเส้นเอ็น ถอดเฝือกแล้วทำไม “กำมือไม่สุด”? ฝึกบีบลูกบอลทุกวันแต่ทำไมยังกำไม่ถึงฝ่ามือ?
เย็บเส้นเอ็น ถอดเฝือกแล้วทำไม “กำมือไม่สุด”? ฝึกบีบลูกบอลทุกวันแต่ทำไมยังกำไม่ถึงฝ่ามือ?
เคสนี้เป็นคำถามทางบ้านที่น่าสนใจและละเอียดมากครับ เป็นเรื่องของ “อุบัติเหตุเอ็นนิ้วขาด” (Tendon Injury) ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดว่า “เย็บเสร็จ = หาย” แต่ความจริงแล้ว “การฟื้นฟูหลังผ่าตัด” คือของจริงที่ยากกว่าตอนผ่าเสียอีกครับ
จากข้อมูลที่คุณเล่ามา:
- โดนใบเลื่อยไฟฟ้า เอ็นฉีกที่โคนนิ้วกลาง เย็บซ่อมแล้ว
- ใส่เฝือกนาน 1 เดือน 5 วัน
- ปัจจุบันถอดเฝือกมาพักใหญ่ กายภาพ 15 ครั้งแล้ว
- ปัญหาหลัก: นิ้วตึง กำไม่เข้า ไม่ถึงฝ่ามือ โดยเฉพาะตอนเช้าแข็งมาก และบีบลูกบอลได้แต่กำมือเปล่าๆ ไม่ได้
หมออยากบอกว่า... อาการที่คุณเป็นอยู่ “ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เจอบ่อยที่สุด” ของการผ่าตัดซ่อมเส้นเอ็นครับ วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจทีละจุด และบอกวิธีแก้ครับ
1. กำมือไม่เข้า เพราะ “พังผืด” ใช่หรือไม่?
คำตอบคือ: มีโอกาสสูงมากครับ
ที่คุณสงสัยว่า “พังผืดเกาะโคนนิ้ว” นั้นถูกต้องเลยครับ ภาษาแพทย์เรียกว่า Tendon Adhesion
ลองจินตนาการว่า “เส้นเอ็น” เหมือน “เชือก” ที่ร้อยอยู่ใน “ท่อ” (ปลอกหุ้มเอ็น) เพื่อดึงให้นิ้วงอ
- เมื่อเชือกขาดและถูกเย็บ ร่างกายจะสร้างกาว (เนื้อเยื่อพังผืด) มาสมานแผล
- แต่เจ้าร่างกายมันแยกไม่ออกครับว่าอันไหนแผล อันไหนท่อ มันเลยทากาวติดไปทั่ว
- ผลคือ “เชือกติดกับท่อ” ครับ พอเราออกแรงดึง (กำมือ) เชือกมันขยับไม่ได้ หรือขยับได้นิดเดียวเพราะมันติดกาวอยู่
ยิ่งกรณีของคุณมีการ “ใส่เฝือกล็อกนิ้วไว้นานกว่า 1 เดือน” (ซึ่งเข้าใจว่าหมอผ่าตัดอาจจะกังวลเรื่องเอ็นขาดซ้ำจึงให้ใส่นาน) ช่วงเวลาที่นิ่งนานๆ นี่แหละครับ คือช่วงนาทีทองที่พังผืดจะก่อตัวหนาและแน่นที่สุด
2. ทำไม “บีบลูกบอล” ได้ แต่พอกำมือเปล่าๆ ถึง “กำไม่สุด”?
ตรงนี้เป็นจุดที่คนไข้กว่า 90% เข้าใจผิดครับ!
- การบีบลูกบอล: เป็นการฝึก “ความแข็งแรง” (Strength) ของกล้ามเนื้อ แต่มัน “ขัดขวาง” การเคลื่อนที่ของเอ็นในระยะสุดท้ายครับ เพราะลูกบอลมันค้ำอยู่กลางฝ่ามือ ทำให้นิ้วงอเข้ามาไม่สุด
- การกำมือให้ถึงฝ่ามือ: ต้องอาศัย “ความลื่นไหล” (Gliding) ของเส้นเอ็น ให้วิ่งผ่านพังผืดไปให้ได้ระยะทางมากที่สุด
สิ่งที่คุณเจอ: นักกายภาพบอกว่า “นิ้วไม่มีกำลัง” อาจจะถูกส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะ “เอ็นมันติด (Stuck)” มากกว่าครับ แรงมี แต่ดึงเชือกไม่มา เพราะเชือกติดกาว
3. ทำไมตอนเช้าถึง “แข็ง” มาก และกลางคืน “เจ็บ”?
- ตอนเช้า (Morning Stiffness): เวลาเรานอน มือเราไม่ได้ขยับ น้ำไขข้อและของเหลวจะคั่งค้าง ทำให้เนื้อเยื่อบวมตึงกว่าปกติ บวกกับพังผืดที่หดตัวตอนกลางคืน พอตื่นมาขยับช่วงแรกจึงยากมาก ต้อง “วอร์มเครื่อง” สักพักถึงจะดีขึ้น
- เจ็บตอนกลางคืน: อาจเกิดจากเนื้อเยื่อที่ถูกดึงยืดมาทั้งวันเกิดการอักเสบ หรืออาจมีพังผืดไปรบกวนเส้นประสาทเล็กน้อย ทำให้ตื่นกลางดึก
4. แนวทางการแก้ไข (ต้องทำอย่างไร?)
ตอนนี้ผ่านมาร่วม 2-3 เดือนแล้ว ถือว่าเป็นช่วงที่พังผืดเริ่มเหนียวแน่น แต่ยังพอมีหวังครับ
- เปลี่ยนวิธีฝึก: หยุดบีบลูกบอล แล้วหันมาฝึก “Tendon Gliding”
การบีบลูกบอลไม่ได้ช่วยให้กำสุดครับ ต้องฝึกท่าเฉพาะเพื่อ “กระชากพังผืด” (แบบนุ่มนวล) ให้หลุด
- ท่ากำแบบตะขอ (Hook Fist): งอเฉพาะข้อนิ้วส่วนปลายและกลาง แต่โคนนิ้วตั้งตรง (เหมือนตะขอเกี่ยวของ)
- ท่ากำแบบหลังคา (Table Top): งอเฉพาะโคนนิ้วเป็นมุมฉาก แต่นิ้วเหยียดตรง
- ท่ากำมิด (Full Fist): พยายามกำให้แน่นที่สุด โดยไม่มีของในมือ ค้างไว้ 10-15 วินาที ใช้มืออีกข้างช่วยกดนิ้วลงไปให้สุดเท่าที่ทนไหว
- Blocking Exercise (สำคัญมาก)
ใช้นิ้วมือข้างดี “จับล็อก” ข้อนิ้วส่วนโคนเอาไว้ไม่ให้ขยับ แล้วออกแรง “งอเฉพาะข้อนิ้วส่วนปลาย” ให้งอลงมาให้ได้ ทำทีละข้อ ทีละนิ้ว ท่านี้จะบังคับให้เส้นเอ็นส่วนปลายเคลื่อนตัวผ่านจุดที่ติด
- แช่น้ำอุ่นตอนเช้า
ตื่นมาถ้ามือแข็ง ให้แช่มือในน้ำอุ่นจัดๆ (พอทนไหว) 10-15 นาที แล้วขยับมือในน้ำ จะช่วยลดความหนืดและกำมือได้ง่ายขึ้นครับ
- อุปกรณ์ดัดนิ้ว (Static Progressive Splint)
ถ้าดัดเองไม่ไป อาจต้องปรึกษาหมอเพื่อทำอุปกรณ์ดัดนิ้วใส่นอน หรือใส่เป็นช่วงๆ เพื่อยืดพังผืดแบบต่อเนื่อง
การพยากรณ์โรค: จะกลับมาปกติไหม?
- ถ้าฝึกหนักและถูกวิธี: อาการมักจะดีขึ้นได้เรื่อยๆ ในช่วง 3-6 เดือนแรกครับ
- ทางเลือกสุดท้าย (Tenolysis): หากฝึกเต็มที่แล้วผ่านไป 4-6 เดือน นิ้วยังกำไม่เข้า หรือติดแข็งจนใช้งานไม่ได้ แพทย์อาจพิจารณา “ผ่าตัดเลาะพังผืด” (Tenolysis) ครับ เป็นการผ่าเข้าไปเอากาวที่ติดอยู่ออก แล้วต้องรีบขยับทันทีหลังผ่า
คำแนะนำจากหมอเก่ง:
ตอนนี้อย่าเพิ่งท้อครับ การที่บีบลูกบอลได้แสดงว่า "เส้นเอ็นต่อติดดีแล้ว" และ "มีแรง" เหลือแค่ "เอาชนะความฝืด"
ให้ลองเปลี่ยนจากการบีบลูกบอล เป็นการ "ใช้มือขวากดนิ้วซ้ายให้พับลงไปติดฝ่ามือให้มากที่สุด" (Passive Stretching) ค้างไว้นานๆ บ่อยๆ และฝึกขยับทีละข้อตามที่แนะนำครับ
เป็นกำลังใจให้นะครับ งานนี้ต้องใช้ความอดทนสูงมาก แต่ดีขึ้นได้แน่นอนครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เอ็นนิ้วขาด #กำมือไม่สุด #พังผืดเกาะเส้นเอ็น #กายภาพนิ้วมือ #หมอเก่งกระดูกและข้อ
Comments
Post a Comment